Social Icons

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การนำหัวเชื้อ EM ไปใช้งาน

เรามารู้จักวิธีการนำ EM ไปใช้งานกันครับ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ EM ก่อนครับว่ามันคืออะไร

              EM ย่อมาจาก  Effective micro organism  ถ้าแปลเป็นไทยก็จะหมายถึง จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือมีประโยชน์ที่จะนำไปใช้งาน  ซึ่งจุลินทรีย์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
                 1. จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มี 5-10 %
                 2. จุลินทรีย์ที่ทำลายมี  5-10%
                 3. จุลินทรีย์ที่เป็นกลางๆ มี 80-90%

              สรุปง่ายๆครับ  จุลินทรีย์มีแบบดีและไม่ดีถ้าแบบดีเยอะกว่าก็จะเป็นประโยชน์ถ้าแบบทำลายเยอะกว่าก็จะเป็นโทษครับ ส่วนกลุ่มกลางๆก็จะคอยสนับสนุนกลุ่มที่มีพรรคพวกเยอะกว่าครับ

การนำ EM ไปใช้สำหรับพืช
                 ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า EM นั้นมีหน้าที่ในการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุหรือซากพืชซากสัตว์เพื่อให้เป็นอาหารสำหรับพืช  โดยที่จุลินทรีย์อาจจะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืชแต่อย่างใดดังนั้นการใช้ EM จะต้องคำนึงเสมอว่าจุลินทรีย์จะต้องมีชีวิตและเป็นจังหวะที่กำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่พร้อมที่จะทำงาน
                สูตรการนำไปใช้
               1. หัวเชื้อ EM  1  ส่วน
               2. กากน้ำตาล  1  ส่วน
               3. น้ำสะอาด    20 ส่วน
               นำไปหมักไว้  7  วัน  จึงค่อยนำไปใช้งานและใช้ให้หมดภายใน 7  วัน  เพราะว่าจะเป็นช่วงที่จุลินทรีย์เจริญเติบโตมากที่สุดและพร้อมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สูตรการทำหัวเชื้อ EM

มาทำหัวเชื้อ EM ใช้กัน

สูตรน้ำหมักชีวภาพต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้บอกวิธีการทำหัวเชื้อ EM มีแต่บอกสูตรน้ำหมักชีวภาพโดยมีส่วนผสมของหัวเชื้อ EM โดยหัวเชื้อ EM  เราจะต้องซื้อมาอีกทีหนึ่ง  ในราคา 60-100 บาท 
วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการทำหัวเชื้อ EM  ด้วยตัวเองครับ

สูตร  1
       1. น้ำมะพร้าวอ่อน 10 ลิตร
       2. สับปะรด  3  กิโลกรัม
       3. กากน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง  1 กิโลกรัม (**น้ำตาลที่ยังไม่ผ่านการฟอกสี)

วิธีทำง่ายๆ
       สับสับปะรดรวมทั้งเปลือกให้ละเอียดพอประมาณ 3 กิโลกรัม  คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง และน้ำมะพร้าวอ่อน  ในถัง พลาสติก ปิดฝาไว้โดยไม่ต้องปิดสนิท  เก็บไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 3 เดือน จะมีกลิ่นหอมแสดงว่าได้หัวเชื้อ EM  และนำไปใช้เป็นหัวเชื้อ  เพื่อทำน้ำหมักชีวภาพเป็นสูตรต่างๆ  แต่ถ้าหมักไว้แล้วมีกลิ่นเหม็นเน่าแสดงว่าใช้ไม่ได้  ให้ทำใหม่




ภาพ น้ำหมัก EM สูตร 1 หลังจากเวลาผ่านไป 5 วัน  จะมีฝ้าขาวขึ้นที่ผิวหน้า มีกลิ่นหอมเปรี้ยวผสมกลิ่นแอลกอฮอล และกลิ่นหอมน้ำตาล ซึ่งคุณลักษณะแบบนี้ถือว่าใช้ได้



สูตร 2 (สูตร ลุงทองเหมาะ)
        1. ดินจากป่าที่มีจุลินทรีย์มีประโยชน์  ครึ่งกิโลกรัม
        2. แกลบ  3  กิโลกรัม
        3. ใบไผ่แห้ง  3  กิโลกรัม
        4. รำละเอียด  2  กิโลกรัม

วิธีทำง่ายๆ
         นำส่วนประกอบทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยเติมน้ำประมาณ 50 % ใส่ถังพลาสติดปล่อยให้มีรูระบายความร้อน เก็บไว้ 24 ชั่วโมงจะมีเส้นใยคล้ายราขึ้น แสดงว่ามีจุลินทรีย์มีประโยชน์เกิดขึ้น  และหลังจากนั้นอีก 15  วัน  ก็สามารถนำหัวเชื้อนี้ไปหมักเป็นหัวเชื้อ EM ต่อไปได้


         การขยายหัวเชื้อหลังจากหมักได้ประมาณ 1-3 เดือนแล้วสามารถทำได้โดย  นำหัวเชื้อ EM ไปหมักกับสูตรต่างๆเพื่อใช้งานได้ต่อไป

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พืชผักบนคอนโด

กระเพรา  มี 3 สายพันธุ์  คือ กระเพราแดง  กระเพราขาว  และกระเพราผสมระหว่างกระเพราแดงและกระเพราขาว

สรรพคุณ  สำหรับใบ
-  แก้คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากสมดุลธาตุในร่างกายไม่ปกติ
-  แก้ปวดท้อง  ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- แก้ไอ
- ขับเหงื่อ
- ขับพยาธิ
- ลดไข้
- เป็นยาอายุวัฒนะ
- รักษาหูด  กลาก  เกลื้อน เชื้อรา
- ไล่ยุง  ไล่แมลงวันทอง




สำหรับกระเพราต้นนี้เพาะจากเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากตลาดเป็นซอง ซองละ 20  บาท เขียนว่าเป็นกระเพราแดง  แต่พอปลูกแล้วกลับกลายเป็นกระเพราขาว(สีเขียว)





ต้นกล้าพริก

เป็นการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดแต่งทางพันธุกรรม หรือ พืช GMOs แล้วจะสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่แก่เต็มที่มาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้หรือไม่


แตงโม




 

Sample text

Sample Text

Sample Text