Social Icons

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สูตรการทำหัวเชื้อ EM

มาทำหัวเชื้อ EM ใช้กัน

สูตรน้ำหมักชีวภาพต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้บอกวิธีการทำหัวเชื้อ EM มีแต่บอกสูตรน้ำหมักชีวภาพโดยมีส่วนผสมของหัวเชื้อ EM โดยหัวเชื้อ EM  เราจะต้องซื้อมาอีกทีหนึ่ง  ในราคา 60-100 บาท 
วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการทำหัวเชื้อ EM  ด้วยตัวเองครับ

สูตร  1
       1. น้ำมะพร้าวอ่อน 10 ลิตร
       2. สับปะรด  3  กิโลกรัม
       3. กากน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง  1 กิโลกรัม (**น้ำตาลที่ยังไม่ผ่านการฟอกสี)

วิธีทำง่ายๆ
       สับสับปะรดรวมทั้งเปลือกให้ละเอียดพอประมาณ 3 กิโลกรัม  คลุกเคล้ากับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง และน้ำมะพร้าวอ่อน  ในถัง พลาสติก ปิดฝาไว้โดยไม่ต้องปิดสนิท  เก็บไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 3 เดือน จะมีกลิ่นหอมแสดงว่าได้หัวเชื้อ EM  และนำไปใช้เป็นหัวเชื้อ  เพื่อทำน้ำหมักชีวภาพเป็นสูตรต่างๆ  แต่ถ้าหมักไว้แล้วมีกลิ่นเหม็นเน่าแสดงว่าใช้ไม่ได้  ให้ทำใหม่




ภาพ น้ำหมัก EM สูตร 1 หลังจากเวลาผ่านไป 5 วัน  จะมีฝ้าขาวขึ้นที่ผิวหน้า มีกลิ่นหอมเปรี้ยวผสมกลิ่นแอลกอฮอล และกลิ่นหอมน้ำตาล ซึ่งคุณลักษณะแบบนี้ถือว่าใช้ได้



สูตร 2 (สูตร ลุงทองเหมาะ)
        1. ดินจากป่าที่มีจุลินทรีย์มีประโยชน์  ครึ่งกิโลกรัม
        2. แกลบ  3  กิโลกรัม
        3. ใบไผ่แห้ง  3  กิโลกรัม
        4. รำละเอียด  2  กิโลกรัม

วิธีทำง่ายๆ
         นำส่วนประกอบทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยเติมน้ำประมาณ 50 % ใส่ถังพลาสติดปล่อยให้มีรูระบายความร้อน เก็บไว้ 24 ชั่วโมงจะมีเส้นใยคล้ายราขึ้น แสดงว่ามีจุลินทรีย์มีประโยชน์เกิดขึ้น  และหลังจากนั้นอีก 15  วัน  ก็สามารถนำหัวเชื้อนี้ไปหมักเป็นหัวเชื้อ EM ต่อไปได้


         การขยายหัวเชื้อหลังจากหมักได้ประมาณ 1-3 เดือนแล้วสามารถทำได้โดย  นำหัวเชื้อ EM ไปหมักกับสูตรต่างๆเพื่อใช้งานได้ต่อไป

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พืชผักบนคอนโด

กระเพรา  มี 3 สายพันธุ์  คือ กระเพราแดง  กระเพราขาว  และกระเพราผสมระหว่างกระเพราแดงและกระเพราขาว

สรรพคุณ  สำหรับใบ
-  แก้คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากสมดุลธาตุในร่างกายไม่ปกติ
-  แก้ปวดท้อง  ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- แก้ไอ
- ขับเหงื่อ
- ขับพยาธิ
- ลดไข้
- เป็นยาอายุวัฒนะ
- รักษาหูด  กลาก  เกลื้อน เชื้อรา
- ไล่ยุง  ไล่แมลงวันทอง




สำหรับกระเพราต้นนี้เพาะจากเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากตลาดเป็นซอง ซองละ 20  บาท เขียนว่าเป็นกระเพราแดง  แต่พอปลูกแล้วกลับกลายเป็นกระเพราขาว(สีเขียว)





ต้นกล้าพริก

เป็นการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดแต่งทางพันธุกรรม หรือ พืช GMOs แล้วจะสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่แก่เต็มที่มาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้หรือไม่


แตงโม




วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แหนแดงสุดยอดปุ๋ยพืชสดเพื่อนาข้าว

           


                      แหนแดง    แหนแดงนับเป็นพืชน้ำที่มีประโยชน์มากในการใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หรือปุ๋ยชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับปุ๋ยเคมี  อีกทั้งเมื่อนำไปปลูกในนาข้าวสามารถที่ลดปริมาณวัชพืชได้  นับเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรพลาดของการนำไปใช้ในเกษตรแบบพอเพียง
                           แหนแดง  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ  Azolla spp. เป็นพืชน้ำที่ลอยอยู่บนผิวน้ำมีส่วนประกอบต่างๆ  คือ  ลำต้น ราก และใบ  รากของแหนแดงจะห้อยตามแนวดิ่งลงไปในน้ำและอาจจะฝังลงไปในดินโคลนได้  ใบของแหนแดงจะมีอยู่สองส่วนคือ ใบบนและใบล่าง  ในใบบนจะมีโพรงใบ ซึ่งในโพรงใบนี้จะมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ด้วย  และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินนี้จะสามารถตรึงไนโตรเจนในอากาศ และจะเปลี่ยนให้เป็นสารประกอบแอมโมเนียมให้แหนแดงได้ใช้ประโยชน์ และสามารถเจริญเติบโตได้ดี  และมีส่วนทำให้แหนแดงมีองค์ประกอบของธาตุไนโตรเจนสูงทำให้แหนแดงสามารถที่จะสลายตัวได้ง่าย และปลดปล่อยธาตุไนโตรเจนและธาตุอาหารอื่่นๆ ให้กับพืชที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนำไปใช้ประโยชน์ในการเจริญเติบโต

การใช้แหนแดงในนาข้าว
1. เตรียมแหนแดงในบ่อพัก หรือบ่อซีเมนต์
2. จะต้องรักษาระดับน้ำในนาข้าวให้ลึกประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพราะว่าแหนแดงจะเจริญเติบโตได้ดี
3. ใช้แหนแดงประมาณ 50-100 กิโลกรัมต่อที่นา 1 ไร่ และในวันที่ใส่แหนแดงควรจะมีการใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ เช่น มูลไก่ ที่ให้ธาตุฟอสฟอรัสในอัตราส่วน 3 ก.ก. / ไร่
4. ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์อีกครั้งเมื่อแหนแดงอายุครบ  7-10  วัน
 

Sample text

Sample Text

Sample Text